Tuesday, 15 March 2016

" ชีวิตดีขึ้นเมื่อบุญมาถึง!

    คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าชีวิตจะดีขึ้นก็ต่อเมื่อ มีเงินมาก ร่ำรวยจากการทำธุรกิจต่างๆ แต่ความเป็นจริงแล้วพอคนร่ำรวยมากๆขึ้นก็กลับกลัวว่าใครจะมาปล้นชิงทรัพย์บ้าง  กังวลว่าเมื่อตายไปแล้วลูกหลานจะไม่สามารถรักษาทรัพย์สมบัติของเราได้หรือไม่  เกิดการแย่งชิงสมบัติระหว่างพี่น้องในครอบครัวฆ่าล้างตระกูลกันอย่างที่เป็นข่าวที่ผ่านมา เกิดความทุกข์ใจมากกว่าเป็นสุข แล้วอะไรที่ทำให้ชีวิตมันดีขึ้นจริงๆ



     จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมก็ลองอ่านตามแล้วพิจารณาดูนะครับ จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ตามหลักพระพุทธศาสนาจากที่ผมได้มา รับฟังเทศน์จากท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หรือท่านรองเจ้าอาวาสและจากพระอาจารย์ต่างๆ อีกครั้งผมก็ได้ลองศึกษาจากในคัมภีร์พระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนาหรืองานเขียนบทความต่างๆจากพระอาจารย์ที่ดังๆ หลายรูปได้สรุปไว้ว่าจะมีปัญญามากเก่งเชียวชาญ มีทีมมีทุนมีที่ ขยันอย่างไรก็แล้วแต่ หากไม่มีบุญบารมีก็ไม่สามารถ ที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ถ้าหาก สั่งสมบุญบารมีมาก ทั้งในอดีตและปัจจุบันด้วยการให้ทานรักษาศีลและเจริญภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ถึงเวลาจังหวะเหมาะ ก็จะส่งเสริมทำให้ ชีวิตการงานเจริญรุ่งเรือง มีความเป็นสุขในครอบครัว ได้ดีขึ้นอย่างทันตาเห็นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต



       ผมได้เห็นตัวอย่างจากคนที่ได้มาสร้างบารมีสั่งสมบุญในพระพุทธศาสนาหลายๆท่าน จากที่เคยยากจนชีวิตสับสนวุ่นวายกับการครองคู่ แต่เมื่อได้มาเข้าวัดฟังธรรมทำบุญในพระพุทธสนาอย่างสม่ำเสมอ ครอบครัวก็กลับมาอบอุ่น ดังตัวอย่างนี้ครับ

  ดร. กฤษฎา จ่างใจมนต์ (ดร.เค) และครอบครัว เจ้าของกิจการกาแฟสุขภาพเนเจอร์กิฟ ซึ่งเป็นกาแฟที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย



     ผมเข้าวัดครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2526 และได้ทำบุญกับวัดเป็นครั้งแรก ด้วยการซื้อที่ดินถวายวัด จำนวน 110 ตารางวา เป็นเงิน 6,875 บาทครับ ต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2539 ผมเห็นภาพวาด “มหาธรรมกายเจดีย์” สิ่งมหัศจรรย์ใหญ่ที่สุดในโลกบนหน้าปกนิตยสารผู้นำการตลาด ภาพที่ 2 ผมก็ไม่รอช้ารีบชวนคุณทัศนีย์(หวานใจของผม) ไปตัดชุดขาว เพื่อมาทำบุญที่วัดและเราก็ได้ลุยสร้างบุญกันถี่ๆทุกบุญ เพราะเรื่องบุญแผ่วไม่ได้ครับ!
    

        ถ้าใครที่เคยได้ศึกษาประวัติชีวิตของผมก็จะทราบดีว่า ผมคืออดีตเด็กสลัมคนหนึ่งที่เช่าห้องเล็กๆ ขนาด 3x4 เมตร จ่ายค่าเช่า เดือนละ 20 บาท อยู่กันอย่างแออัดถึง 8 คน เป็นเวลานานกว่า 20 ปี ถึงทรัพย์จะน้อยแต่สิ่งที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม คือ หัวใจนักสู้และรักในการให้ครับ อ่านบทความ...http://dmc.tv/a19043

Saturday, 12 March 2016

การนั่งสมาธิทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างไร?

   ในสังคมปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่ ไปให้ความสำคัญหมดเวลาไปกับเทคโนโลยีต่างๆเช่น การเล่นอินเตอร์เน็ต เล่นโปรแกรม line facebook และการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ต่างๆเป็นต้น  หลายคนเล่นกันข้ามวันข้ามคืน จนกระทั่งตายจากโลกนี้ไปก็มีเพราะไม่ยอมทานอาหาร ดื่มน้ำเอาชีวิตเดิมพันในการเล่น ที่เห็นเป็นภาพข่าวในสื่อบ่อยๆเพราะความเข้าใจผิดคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความความสุข 
     จริงๆแล้วมนุษย์ทั้งโลกต้องการความสุขพยายามแสวงหาสิ่งที่จะทำให้เกิดความสุขที่แท้จริงแต่ส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่า การได้สิ่งของ ได้คนที่เรารักมาเป็นคู่ครอง การได้เดินทางไปเที่ยวตามที่ต่างๆเป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสุขที่ประกอบด้วยทุกข์ไม่ใช่ความสุขที่แท้ แล้วความสุขที่แท้จริงจะหาได้จากที่ไหน 


 


    ในพระพุทธศาสนา ได้แบ่งร่างกายออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ กายกับใจ กายก็คือปอดตับ ม้าม ไต สมอง แขนขาคืออวัยวะที่สามารถจับต้องได้เหล่านี้รวมเรียกว่าร่างกาย  ส่วนใจหรือดวงใจนั้นอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ซึ่ง พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญได้อธิบายไว้ เป็นดวงวงกลม ใสใส อยู่ตรงกลางท้อง ซึ่งอยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่รู้สึกได้ด้วยตัวของเราเอง  เวลาที่ร่างกายไม่สามารถใช้ได้ก็คือต้องตายจากโลกนี้ แต สิ่งที่ยังไม่ตายไปด้วยนั่นก็คือ ดวงใจที่จะล่องลอย ออกไปแสวงหาภพต่างๆตามแต่บุญและบาปที่กระทำไว้ในปัจจุบัน ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกว่าผีหรือวิญญาณนั้นเอง



   เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ควรที่จะให้ความสำคัญกับใจด้วยการหมั่นออกกำลังใจ ร่างกายถ้าอยากแข็งแรง ก็ต้องออกกำลังกายบ่อยๆ จิตใจถ้าจะให้เข้มแข็งสามารถต่อสู้กับอุปสรรคฝ่าฟันเอาชนะได้ ก็ต้องมีกำลังใจที่แข็งแกร่ง แล้วจะทำเช่นไร? วิธีการของพระพุทธศาสนาที่จะทำให้ใจเข้มแข็ง แข็งแกร่งนั่นก็คือ การมาเจริญภาวนาประพฤติปฏิบัติธรรมหรือเรียกว่าสมาธิ (meditation)


    
       เมื่อผมได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้จากการได้มา ฟังธรรมจากท่านเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหรือ หลวงพ่อธัมมชโยและพระอาจารย์ต่างๆทำให้ทราบเรื่องราวเหล่านี้ จนเกิดแรงบันดาลใจที่ไปนั่งสมาธิ ทุกวันโดยไม่ขาดเลยตลอดมากว่า 22 ปี การได้ทำสมาธิบ่อยๆเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผมมีความยับยั้งชั่งใจจากคนที่ใจร้อนวู่วามก็กลับกลายเป็นคนที่ มีสติเตือนตัวเอง ไม่ทำในสิ่งที่ วู่วามตาม กิเลสตัวเอง ผมสามารถยิ้มได้เมื่อยามเจอกับปัญหา และสามารถแก้ปัญหานั้นได้ลุล่วงไปได้อย่างดี ผมมีกำลังใจในการที่จะดำเนินชีวิตให้ถูกต้องตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา มีอารมณ์ที่แจ่มใส และได้ความสุขจากการนั่งสมาธิ  เป็นความสุขที่ไม่ต้องแสวงหาไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเสียเงินใดๆ เป็นความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินใดๆ เพียงแต่เราหยุดใจทำสมาธิในพื้นที่ที่พอเหมาะกับร่างกายของเราทำได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถทำได้ถ้าหากเราต้องการจะพบความสุขที่แท้จริง



    ปัจจุบันในหลายๆประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ในทวีปยุโรป ญี่ปุ่นที่อยู่ในเอเชีย มีคนหันมาปฏิบัติสมาธิกันอย่างมากมาย ซึ่งมีข้อมูลอยู่ในนิตยสารไทม์(Time) เป็นนิตยสารระดับโลก ที่ได้มีการสำรวจบันทึกรายละเอียดของคนที่ทำสมาธิ (meditation) ว่ามีผลเป็นเช่นไรในแต่ละกลุ่มอาสาสมัคร และได้สรุปจำนวนคนที่มาทำสมาธินั้นมีจำนวนหลายสิบล้านคนเช่นที่นิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้น นั่นก็แสดงว่าสมาธิเป็นของสากลไม่ว่าชาติใดภาษาใดศาสนาใดสามารถที่จะประพฤติปฏิบัติโดยไม่ขัดกับหลักความเชื่อ  เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสุขความสงบอย่างแท้จริงครับ


       
     แล้วคุณล่ะต้องการความสุขอย่างแท้จริงหรือไม่? ยังเหน็ดเหนื่อยแสวงหากันอยู่หรือเปล่า?  แต่ถ้าหากคุณได้อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองเปิดใจให้กว้างศึกษาและลงมือปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ตามหลักการในพระพุทธศาสนาแล้วคุณจะได้พบกับความสุขที่แท้ ที่ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยหรือต้องจ่ายเงินใดๆ เพียงแต่ ได้ ลองทำใจให้หยุดนิ่งเบาๆไว้ในตัวของเรา ตามแบบอย่างหลักการในพระพุทธศาสนา คุณก็จะได้พบความสุขที่แท้จริงครับ!

บุญที่ฉันปลื้มใจที่สุด!

     คนส่วนใหญ่ ยังไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน เป้าหมายชีวิตที่แท้จริงคืออะไร เมื่อเป็นเช่นนี้ มนุษย์ทั้งหลาย จึงแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เบียดเบียนทำร้ายซึ่งกันและกันเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ สังคมโลกจึงเกิดความวุ่นวายไปทั่วด้วยตกเป็นทาสของความโลภ โกรธ หลง แต่เพราะได้กัลยาณมิตรคือเพื่อนที่แนะนำให้ทำสิ่งที่เป็นความดี ต่อตนเองและสังคม ได้มาศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนา จึงเข้าใจว่าอะไรดีอะไรชั่วอะไรควรทำ ไม่ควรทำ สังคมในโลกจึงยังคงอยู่ได้ในปัจจุบัน ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับโอกาส ดีๆแบบนี้คือการได้รู้จักเพื่อนที่ดีหรือกัลยาณมิตร ให้ฉันมาวัดพระธรรมกาย ได้ศึกษาธรรมะจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดธรรมกายและพระอาจารย์ที่ได้เทศน์สอน ทำให้เข้าใจ การดำเนินชีวิตที่ถูกทำนองคลองธรรม ตามหลักพระพุทธศาสนา ฉันและเพื่อนๆจึงตอบแทนพระพุทธศาสนาและอยากให้สังคมไทยเราเป็นสังคมที่สงบสุขอย่างแท้จริง เมื่อมีบุญใหญ่อะไรก็ตามพวกเราก็จะไปชักชวนประชาชนทั้งหลาย ให้มาร่วมบุญร่วมงานในวันบุญใหญ่ๆต่างๆ เช่น ชวนเด็กๆให้มาบวชสามเณร ชวนชายไทยแท้แท้ให้มาบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิษุแสนรูปทั่วไทย ชวนประชาชนให้มาเปิดบ้านกัลยาณมิตร สวดมนต์ปฏิบัติธรรมฟังธรรมจากพระอาจารย์ที่จะไปเทศน์ให้ที่บ้าน ชวนคนมาทำบุญวันสำคัญทางพระศาสนา ต่างๆ เป็นต้น




       ฉันและหมู่คณะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพราะในแต่ละที่ที่เราลงทำหน้าที่ชักชวนคนทั้งหลาย ให้มาสั่งสมบุญมาสร้างความดีนั้น ไม่ใช้ง่ายเพราะ บางคนก็ต่อต้านบางที่ที่ไปก็ค่อนข้างอันตรายเดินทางลำบากแต่เพราะเราที่ได้พบเจอสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดที่สอนเราในพระพุทธศาสนา  พวกเราจึงมีหัวใจที่อยากจะให้ คนทั้งหลายได้มารู้ความจริงพบความสุขที่แท้จริงและรู้เป้าหมายในชีวิตที่แท้จริง  เพื่อจะให้ สังคมเกิดความสงบสุขอย่างแท้จริงในปัจจุบันให้ได้
 ณ.บัดนี้จากการทุ่มกำลังกายกำลังใจ เอาชีวิตเดิมพันในการชักชวน ประชาชนทั้งหลายของฉันและหมู่คณะทำให้คนทั้งหลายเหล่านั้นมาศึกษาธรรมมาสร้างความดี หลายคนได้มาบวชเป็นพระภิษุ สามเณรที่อยู่ใน พระพุทธศาสนา ทุ่มเทในการศึกษาพระธรรมวิน้ย  ปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่ เป็นพระอาจารย์ เทศน์สอน ธรรมะ ให้กับประชาชนทั้งหลายให้เข้าใจ การทำความดีที่แท้จริง  ฉันได้เห็นคนทั้งหลายที่เคยชวนมาก็มาเป็นอุบาสกอุบาสิกาช่วยทํานุบํารุง พระพุทธศาสนา อย่างเอาชีวิตเดิมพันในวัดพระธรรมกายและตามวัดต่างๆ ทั่วโลก



    ฉันจึงปลื้มใจทุกครั้งยามเมื่อนึกถึง การทำความดีโดยการเป็นกัลยาณมิตรชักชวนคนทั้งหลายให้มาศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาและ มาทำความดีสร้างบารมี ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ ซึ่งบัดนี้ได้เห็นคนดีที่แท้จริงเกิดขึ้นในสังคมมากมาย เห็นเขาพบความสุขที่แท้จริงในแต่ละครอบครัว จึงสมดังพุทธโอวาทขององค์เสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า "กัลยาณมิตรเป็นที่สุด ของพรหมจรรย์"



    แล้วท่านผู้อ่านล่ะ! นึกถึงการกระทำในอดีตที่ผ่านมา หรือในแต่ละวันที่ผ่านมา มีความปิติใจปลื้มใจในการกระทำของเราแค่ไหน และเรามีความสุขกับชีวิตในปัจจุบันอย่างแท้จริงหรือไม่ ถ้ายังรู้สึกว่ายังไม่พบความสุขที่แท้จริงก็ลองมาศึกษาธรรมปฏิบัติธรรม ณ. วัดพระธรรมกายสิครับ!
   

Wednesday, 9 March 2016

หลวงพ่อธัมมชโยที่ฉันรู้จัก!

  เราเข้าวัดมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2538  ถึงปัจจุบันก็ 21 ปีแล้ว เห็นการกระทำของหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหรือหลวงพ่อธัมมชโย ท่านเป็นพระภิกษุที่สง่างามนุ่มห่มเรียบร้อยยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง น้ำเสียงมีพลังน่าฟังน่าเข้าใกล้ดูอบอุ่นจริงใจและน่าเลื่อมใส  ท่านจะทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการสอนการทำสมาธิให้กับสาธุชนด้วยดีเสมอมา ทั้งยังชอบส่งเสริม ชักชวนให้มีการอบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับประชาชนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่องตลอดมา




     ให้แง่คิดข้อคิดในการไปชักชวนคนในสังคมให้มาบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ชักชวนให้มาทำความดีในงานบุญต่างๆเช่นวันมาฆบูชาให้มาตักบาตรนั่งสมาธิและจุดประทีปบูชาพระสัมมาพระพุทธเจ้า โดยท่านจะให้ข้อคิดให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ พระภิษุ อุบาสก อุบาสิกาให้หมั่นไปชักชวนให้คนมาวัดฟังธรรม ปฏิบัติธรรม ในวันธรรมดาถ้าว่างและในทุกๆวันอาทิตย์เป็นต้น ท่านเป็นผู้ที่ มีเมตตาต่อทุกๆคนไม่ว่าร้ายพูดร้ายกับคนที่เคยว่าร้ายท่าน  ไม่วิภาควิจารณ์เรื่องราวในสังคมต่างๆ มีแต่แสดงธรรมขององค์เสด็จพระสัมมาพระเจ้าที่ฟังแล้ว เข้าใจง่ายสามารถนำไปปรับปรุงใช้ในชีวิตประจำวันได้ และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับประชาชนด้วยดีเสมอมา



ในช่วงค่ำเห็นท่านลงให้ความรู้ในพระพุทธศาสนากับประชาชนทั่วโลกทุกวัน ที่จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกแทบไม่ขาดเลยถ้าไม่ป่วย เป็นผู้ที่มีคำพูดที่เป็นข้อคิดให้เกิดแรงบันดาลใจในการไปทำความดีให้กับทุกคนได้ดีมากๆ  มีวาจาที่ไพเราะที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง มีกำลังใจที่สูงส่งไม่เคยเห็นท่านบ่นว่าเหนื่อยท้อแท้หรือหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เป็นข่าวอยู่ในปัจจุบันตอนนี้  ท่านจะสนับสนุนให้มีโครงการปลูกฝังคุณธรรมศีลธรรมอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ในความคิดของท่าน มีแต่เรื่องของการอยากจะให้สังคมโลกเกิดความสงบสุขอย่างแท้จริง

    
     นี่ก็เป็นสิ่งที่ได้เห็นได้สัมผัสจากการที่ได้เห็นท่านเจ้าคุณพระเทพญาณมหามุนีหรือหลวงพ่อธัมมชโย ตลอดที่ผ่านมา  ท่านไม่เคยหยุดในสร้างบุญบารมีอย่างเต็มที่โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน "เพื่อจะให้เกิด สันติภาพ สันติสุขอย่างแท้จริงให้แก่คนทั้วโลกในปัจจุบันให้จงได้!